VPS Server vs Cloud Server เลือกอะไรดี?

ถ้าจะพูดถึงการเช่าระบบ VPS มาไว้ใช้งาน เพื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการที่เราต้องการ เช่น Linux สำหรับทำ Web Server หรือ Windows สำหรับ Remote Desktop ไว้ใช้งานหรือรันโปรแกรมตอนที่คอมพิวเตอร์เราปิดอยู่ หรือจะเอาไว้ทำ Windows Server ก็ได้ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการเลือกใช้บริการ VPS หรือ Virtual Private Server ด้วยกันทั้งสิ้น

1 ทางเลือกของการประหยัดค่าใช้จ่าย ก็คงต้องยกให้ “VPS” เพราะไม่ต้องซื้อเซิฟเวอร์เอง ไม่ต้องเสียค่าวาง Colo หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ค่าบำรุงซ่อมแซม และค่าอื่นๆตามมาอีกมากมาย แต่ปัจจุบันนี้ เราจะได้ยินคำว่า “Cloud Server” เข้ามาเกี่ยวข้องกับระบบ “VPS Server” มากขึ้นเรื่อยๆ มันแตกต่างกันอย่างไร?

VPS Server: การจำลองเซิฟเวอร์ ขึ้นมาจากเซิฟเวอร์หลัก (Physical Server) ให้กลายเป็นเซิฟเวอร์เสมือน (Virtual Server) ซึ่งการใช้งานของแต่ละเซิฟเวอร์เสมือนก็จะแยกจากกันโดยสิ้นเชิง (Private Server) เราจะเรียกการจำลองในลักษณะนี้ว่า Full Visualization

Cloud Server: หลักการทำงานเหมือนๆกับ VPS Server ทุกๆอย่าง ส่วนที่แตกต่างกันก็คือ ไม่ได้จำลองมาจาก Physical Server เพียง 1 ตัว แต่มาจากกลุ่ม Physical Server โดยภายหลังได้มีการนิยามการจำลองในลักษณะนี้ว่า Cloud Server กล่าวคือ ไม่สามารถบอกได้ว่าจำลองมาจาก Server ตัวไหน กลุ่มเซิฟเวอร์นี้ทำงานกันหลายๆตัว จึงเป็นที่มาของระบบ Cloud Server นั่นเอง

Cloud

โดยหลังๆแล้ว นี่เป็นระบบเบื้องหลังของการจำลอง การใช้งานจริงๆของผู้ใช้งานไม่ได้รู้สึกว่ามันแตกต่างกันเท่าไรเลย ข้อดีของระบบคลาวด์ มันจะมีการกระจายโหลดได้ดีมากๆ นั่นจึงทำให้ระบบคลาวด์ดีกว่าระบบวีพีเอสทั่วๆไป เพราะหากมีวีพีเอสโหลดสูงๆ ก็จะทำให้กระทบวีพีเอสทั้งหมดในเซิฟเวอร์นั้นๆ การเช่าคลาวด์เซิฟเวอร์จึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่ามากๆ สำหรับประเทศไทย ผู้เขียนเองก็ขอแนะนำ Cloud VPS ของที่ CloudHost ได้เลย เป็นระบบ VPS ที่รัยอยู่บน Cloud Server พร้อมให้บริการทุกๆท่าน

แอพ Onedrive บริการพื้นที่ฝากไฟล์บน Cloud เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่น่าใช้งานมากขึ้น

ในยุคนี้คงไม่มีใครปฏิเสธการฝากไฟล์ข้อมูลไว้บน Cloud หรือก็คือการฝากไฟล์แบบออนไลน์ ที่เราสามารถเข้าถึงไฟล์ได้จากทุกที่และทุกอุปกรณ์ที่รองรับ นั่นก็เพราะว่าบางครั้งเมื่อเรานำไฟล์ใส่ในอุปกรณ์สำรองข้อมูล ซึ่งก็มักจะทำหายหรืออุปกรณ์เก็บข้อมูลได้รับความเสียหาย จนไม่สามารถนำไฟล์ออกมาใช้งานในเวลาที่ต้องการได้ ดังนั้นแอพ Onedrive ซึ่งเป็นบริการพื้นที่ฝากไฟล์บน Cloud จาก Microsoft ก็เป็นอีกบริการที่น่าใช้งานอย่างมาก เบื้องต้นให้พื้นที่จัดเก็บไฟล์ฟรีมากถึง 15 GB พร้อมกับรองรับการใช้งานบนสมาร์ทโฟนถึง 3 แพลตฟอร์มทั้ง Android, iOS และ Windows Phone อีกด้วย

ตอนนี้แอพ Onedrive ก็ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจในแต่ละแพลตฟอร์มดังนี้

แอพ Onedrive บน Android: เพิ่มฟีเจอร์การรองรับบัญชี OneDrive for Business ทำให้สามารถใช้บัญชีองค์กรล็อคอินเข้าระบบฝากไฟล์OneDrive แอพหลักได้ สามารถสลับการใช้งานบัญชีส่วนตัวและบัญชีองค์กรได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ก็มีการเพิ่มฟีเจอร์การตั้งรหัส 4 หลักให้กับแพลตฟอร์ม Android ด้วย

แอพ Onedrive บน iOS: เพิ่มฟีเจอร์ระบบการค้นหาไฟล์ หรือ Search เพิ่มการตั้งค่าการแชร์ไฟล์ และเพิ่มโหมด All Photos ทำให้เห็นรูปทั้งหมดในบัญชี OneDrive ได้ในทันที

แอพ Onedrive บน Windows Phone 8.1: ปรับปรุงระบบเพื่อให้สามารถใช้งาน Recycle Bin หรือถังขยะได้ พร้อมกับมีการแก้ปัญหาส่วนอื่นๆของระบบให้สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วย